แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
https://www.tham-c.com/content/health-articles-stroke/
โรคเส้นเลือดสมอง (stroke)

     

    ในยุคของความเร่งรีบใช้ชีวิตแข่งกับเวลา ทุ่มเทกับการเรียน การทำงานต้องเผชิญกับมลพิษ ฝุ่นละออง และความเครียดจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จนทำให้การใส่ใจดูแลสุขภาพน้อยลง วิถีชีวิตแบบนี้ส่งผลให้คนเมืองมีปัญหาเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะ โรคเครียด จึงนำไปสู่ปัยจัยเสี่ยง เส้นเลือดสมอง (Stroke) ทั้งในเรื่องของพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ความเครียดสะสม การไม่ออกกำลังกาย รวมไปถึงโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ซึ่งล้วนแล้วแต่ เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคเส้นเลือดสมองทั้งสิ้น

 

      โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke) เป็นโรคที่อันตรายมาก ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นในช่วงอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ มักพบในผู้ป่วยอายุ 19 – 55 ปี และยังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและการทุพพลภาพ และยังมีแนวโน้มว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นทุกปี

     ซึ่งโรคเส้นเลือดสมอง (Stroke) คือ ภาวะที่สมองขาดเลือด เนื่องจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการ ตีบ อุดตัน หรือ แตก ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ จนทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้

 

 โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke) แบ่งได้ 2 ประเภท

 

ได้แก่

 

1. เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน

เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองตีบหรืออุดตัน

 

2. เส้นเลือดสมองแตก

เกิดจากความดันโลหิตสูงหรือเส้นเลือดโป่งพองในสมอง ทำให้แตกง่าย ส่งผลทำให้เกิดเลือดออกในสมอง

ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีวิธีการรักษาไม่เหมือนกัน แต่มาด้วยอาการเหมือนกัน

 

อาการหรือสัญญาณ คือ BE FAST มักเกิดขึ้นทันทีทันใด 

1. B Balance เวียนหัว เดินเซ ทรงตัวไม่ได้

2. E Eyes ตามัว ตากลอกไม่สุด การมองภาพมีปัญหา

3. F Face อาการชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว

4. ARM อาการชาหรืออ่อนแรงที่แขนขา ยกแขนหรือขาไม่ขึ้น

5. S Speech พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง พูดติด ๆ ขัด ๆ

6. T Time หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

BE FAST ไม่ใช่อาการแสดง แต่มันเป็นอาการที่บอกว่าเป็นโรคแล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีอาการ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที ยิ่งไปโรงพยาบาลได้เร็วเท่าไหร่ จะมีตัวเลือกในการรักษาที่เยอะขึ้น

 

 การวินิจฉัย

1. CT Scan เพื่อตรวจดูภาวะขาดเลือดจากหลอดเลือดสมองและภาวะเลือดออกในสมอง

2. การตรวจเลือด เพื่อประเมินความเข้มข้นของเลือด การแข็งตัวของเลือด

3. MRI Scan ดูเนื้อสมองและหลอดเลือดสมอง

4. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ดูความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ

 

 การรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับว่า เป็นประเภท ตีบ อุดตัน หรือแตก

1. ระยะอาการโรคเส้นเลือดสมอง ตีบ อุดตัน ให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือเรียกว่า rt-PA เป็นยาช่วยขั้นต้น

หรือผ่าตัดดึงตัวก้อนเลือดที่ไปอุดอยู่ออก

2. ระยะอาการเลือดสมองแตก ผ่าตัด ให้ยาลดภาวะสมองบวม

 

 

 อาการหลังป่วยโรคเส้นเลือดสมอง (stroke)

1. อัมพฤกษ์ อัมพาต แขนขาอ่อนแรง หรืออ่อนแรงครึ่งซีก หรือไม่มีแรงเลย

2. เกิดความผิดปกติด้านการสื่อสาร พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง ฟังไม่เข้าใจ

3. เกิดความผิดปกติด้านการมองเห็น ตาอาจมองไม่เห็นครึ่งหนึ่ง หรือ ตากลอกไม่สุด

4. เกิดความผิดปกติเรื่องการกลืนอาหาร ทำให้การกลืนลำบาก ส่งผลให้ผู้ป่วยสำลักได้

5. อาการเกร็ง เกิดจากกล้ามเนื้อหดเกร็งหรือแข็งตึง ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นเรื่องยากหรือเจ็บปวด

 

 การดูแลผู้ป่วย

     หลังจากที่ผู้ป่วยรักษาอาการโรคเส้นเลือดสมอง (stroke) จนไม่มีอาการตีบ อุดตัน หรือ แตก เพิ่มแล้ว แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะเข้ามาดูแลผู้ป่วยต่อ เพื่อให้

ผู้ป่วย ฟื้นฟูร่างกายได้เต็มที่ เป็นการร่วมมือทำงานระหว่าง

 

  • กายภาพบำบัด (Physical Therapy) ฝึกการเดิน การลุกนั่ง การพลิกตัว การใช้ไม้เท้า รวมไปถึงการใช้เครื่องมือ เช่น อัลตราซาวน์จุดที่ปวด ประคบอุ่น ยืดกล้ามเนื้อ

ที่ตึง หรือว่าใช้เครื่อง PMS หรือเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า กระตุ้นแขน หรือขาข้างที่อ่อนแรง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงานของกล้ามเนื้อของผู้ป่วย

 

  • กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) ฝึกเกี่ยวกับการใช้มือ ใช้ช้อนทานอาหาร หรือเรียกว่าเป็นการฝึกเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน พื้นฐานสำคัญ 5 อย่าง คือ กินข้าว อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ แต่งตัว หวีผม แปรงฟัน แต่งหน้า ฝึกจับของทรงกรวย ทรงกลม ทรงกระบอก ฝึกหยอดเหรียญจับหมุดเล็กๆ ฝึกใช้ข้อมือ ฝึกเรื่องการกลืนอาหาร

 

  • การสื่อสารการพูด (speech-Language pathologist) ฝึกการพูด ฝึกการออกเสียง ฝึกบริหารริมฝีปากและลิ้น ฝึกเขียนหนังสือ ฝึกกระตุ้นการคิด

 

 ภาวะแทรกซ้อน ที่อันตรายของผู้ป่วยโรคเส้นเลือดสมอง ( Stroke )

1. แผลกดทับ (Pressure Injury) บริเวณที่ถูกกดทับเป็นระยะเวลานาน จนทำให้บริเวณนั้น ขาดเลือดมาเลี้ยง จนเกิดการตายของเนื้อ และเป็นแผลตามมา ทำให้ผู้ป่วยติด เชื้อได้

2. ข้อต่อยึดติด เกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่ได้ขยับร่างกาย เป็นระยะเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ทำให้เหยียดไม่สุด งอไม่สุด ทำให้การใช้งานหรือการยืน เดิน ทำได้ยากขึ้น

3. ปอดติดเชื้อ เกิดจากการสำลักอาหาร หรือน้ำลาย ลงระบบทางเดินหายใจ ก็จะนำไปสู่ภาวะปอดติดเชื้อตามมาได้

4. ซึมเศร้า ผู้ป่วยไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้เหมือนเช่นเคย จึงเกิดความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ และหมดกำลังใจได้

 

 การป้องกันแต่ละภาวะแทรกซ้อนทำอย่างไรได้บ้าง ?

 

1. วิธีป้องกันแผลกดทับ

  • ตะแคงตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง
  • เมื่อผู้ป่วยขับถ่ายควรรีบเปลี่ยนทำความสะอาด ไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน
  • สอนท่าลุกนั่งจากเตียงที่ถูกวิธี หากผู้ป่วยพอที่จะช่วยเหลือตัวเองในการลุกขึ้นนั่งได้

 

2. วิธีป้องกันข้อต่อยึดติด

  • ขยับข้อใหญ่ ๆ เช่น หัวไหล่ ข้อศอก ข้อมือ ข้อสะโพก ข้อเข่า อย่างน้อยวันละ 2 รอบ เพื่อลดโอกาสการเกิดข้อยึดติด

 

3. ปอดติดเชื้อ

  • ทำความสะอาดช่องปาก เช้า - เย็น ลดเชื้อและสิ่งสกปรกในช่องปาก หากผู้ป่วยสำลักน้ำลายเข้าไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่จะทำให้ผู้ป่วยสำลักได้
  • ควรนอนยกศีรษะสูง 45 องศา หลังรับประทานอาหาร อย่างน้อย ครึ่งชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง
  • หลังอาหารมื้อใหญ่ ๆ ควรหลีกเลี่ยงการทำกายภาพ ท่าที่จะไปกดตรงท้อง ของผู้ป่วย เพราะจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสอาเจียนและสำลักได้

 

4. ซึมเศร้า ญาติและผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยควรให้กำลังใจ และสนับสนุนการทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยชอบ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ หลีกเลี่ยงคำพูดที่จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแย่ เช่น ทำไมไม่ออกกำลัง หรือ ทำไมทำไม่ได้

 

     โรคเส้นเลือดสมอง (stroke) เป็นภาวะที่อันตรายและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และดูแลอย่างเหมาะสม มีการทำกายภาพอย่างต่อเนื่องในระยะฟื้นตัว ผู้ป่วยก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้ การดูแลโดยครอบครัวและบุคคลากรทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและลดโอกาสในการเกิดโรคซ้ำได้

 

 
 
ตั้งค่าคุกกี้
การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้พื้นฐานที่จำเป็น เพื่อช่วยให้การทำงานหลักของเว็บไซต์ใช้งานได้ รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่ที่ปลอดภัยต่าง ๆ ของเว็บไซต์ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม และจะใช้งานได้โดยการตั้งค่าเริ่มต้น โดยไม่สามารถปิดการใช้งานได้
คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์
รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์ จะช่วยให้เว็บไซต์เข้าใจรูปแบบการใช้งานของผู้เข้าชมและจะช่วยปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลและรายงานผลการใช้งานของผู้ใช้งาน
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ แสดงเนื้อหาและโฆษณาให้ตรงกับความสนใจ รวมถึงเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเว็บไซต์และทำความเข้าใจว่าผู้ใช้งานมาจากที่ใด คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้ โดยคลิก
"การตั้งค่าคุกกี้"
อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว
การตั้งค่าคุกกี้
ยอมรับ